วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Instagram
                     



          Instagram อ่านว่า อินสตาแกรม คือ โปรแกรมที่สามารถนำรูปที่ถ่ายไว้ หรือรูปในแกลลอรี่มาตกแต่งให้สวยงามในสไตล์ของเราเอง ด้วยฟิลเตอร์ (Filter) และเครื่องมือที่มีอยู่ใน Instagram ซึ่งมีอยู่หลายรูปแบบให้เลือก แล้วนำรูปภาพที่ตกแต่งนั้นไปแชร์ให้เพื่อนๆ ใน Social Network ได้ดูกันอีก เช่น Twitter, Facebook, Foursquare หรือ Tumblr และในทางกลับกันเราก็สามารถเปิดดู แสดงความชื่นชอบ (Likes) และแสดงความคิดเห็น (Comments) ในรูปที่เพื่อนๆ ของเราแชร์ไว้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ Instagram ได้รับความนิยมอย่างสูงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็คือการใช้งานที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว มีผู้ใช้งานร่วมกันเยอะ (เพื่อนๆ ใช้กันเยอะ) มีอินเทอร์เฟสที่สวยงาม มีความสนุกอยู่ในตัว และยิ่งมีดาราดังชอบใช้กันอีกก็ยิ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้กระแสของ Instagram แรงขึ้นตามลำดับ
 สำหรับการอัปโหลดภาพสามารถเลือกจาก Camera Roll ที่ถ่ายเอาไว้แล้วหรือจะถ่ายทอดสดจากกล้องเลยก็ทำได้ และก่อนที่คุณจะอัปโหลดรูป Instagramยังให้คุณแต่งภาพได้ เช่น การครอฟภาพการใส่ฟิวเตอร์
          สำหรับการใช้งาน Instagram กับ Twitter, Facebook คุณต้องตั้งค่าก่อนเพื่อขออนุญาตจากทางFacebook และ Twitter ว่าจะให้โพสต์ที่ wall หรือไม่

ประวัติของ Instagram
          Instagram ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาที่ ซานฟรานซิสโก โดย เควิน ซิสตรอม และ ไมเคิล ไมค์ ครีเกอร์ โดยคิดค้นโดยเน้นระบบ HTML5
          ในวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553 ซิสตรอม ได้ลงทุนอีก 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในการเพิ่มเติมแอปพลิเคชั่น
          Instagram ได้เปิดตัวบน แอพสโตร์ ของ แอปเปิล ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553 หลังจากนั้น จอร์ช รีเดล ได้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทในตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ซึ่งในขณะนั้นในบริษัทมีพนักงานไม่ถึง 10 คน และต่อมา ก็ได้มีผู้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทเพิ่มเติม คือ เชน สวีนีย์ โดยเข้ามาใน เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ในตำแหน่งวิศวกร และ เจสสิกา โซลแมน ก็ได้เข้ามาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553
          ต่อมาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2554 Instagram ได้เพิ่ม แฮชแท็ก ซึ่งเป็นระบบที่สามารถทำให้ป้ายชื่อที่พิมพ์ลงไปนั้น ค้นหาได้ง่ายขึ้น โดยการพิมพ์ "#" ตามด้วยป้ายชื่อที่จะพิมพ์ และต่อมาใน เดือนกันยายน Instagram ได้ปล่อยเวอร์ชั่น 2.0 ให้ดาวน์โหลด บน แอพสโตร์ โดยเพิ่มความสามารถของแอปหลายๆอย่าง
          ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 Instagram ได้ประกาศผลกำไรของบริษัท โดยอยู่ที่ 7 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ The deal valued Instagram at around $25 million.
          ต่อมาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555 หลังจากที่ได้รอคอยกันมานาน Instagram ได้ปล่อยแอปพลิเคชั่น ที่รองรับระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ และในสัปดาห์เดียวกัน บริษัทได้ประกาศผลกำไรของบริษัท โดยอยู่ที่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมูลค่าของบริษัทอยู่ที่ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
          วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555 Facebook ได้เข้ามาซื้อกิจการ ในราคา 1 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้ Facebook มีบริษัทที่กว้างขวางมากขึ้น โดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานบริษัทเฟซบุ๊คกล่าวว่า "committed to building and growing Instagram independently" โดยแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า จะมุ่งมั่นเพื่อสร้าง Instagram ให้ก้าวหน้าต่อไป

ความสามารถของ Instagram
- สามารถเพิ่มฟิลเตอร์แต่งรูปให้สวยงามก่อนอัปโหลดได้
- แชร์กี่รูปก็ได้เท่าที่คุณต้องการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
- ค้นหาและติดตามเพื่อนๆได้ง่าย
- ระบุสถานที่ของรูปถ่ายนั้นๆได้
- แชร์รูปที่อัปโหลดไปยัง Twitter, Facebook, Flickr และ Tumblr ได้
- ใช้งานร่วมกับ Foursquare ได้
- สามารถลงความเห็นกับรูปที่ถ่ายได้และกด Like ได้
- ชมรูปถ่ายที่ได้รับความนิยมจากทั่วทุกมุมโลกจาก user ของ Instagram
- รองรับ iPhone 2G, 3G, 3GS, 4


LINE (ไลน์)

LINE เป็นแอปพลิเคชันให้บริการ Messaging รวมกับ Voice Over IP ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างกลุ่มแชต ส่งข้อความ ภาพ คลิปวิดีโอ หรือจะพูดคุยโทรศัพท์แบบเสียงก็ได้ โดยข้อมูลที่ถูกส่งขึ้นไปนั้นฟรีทั้งหมด ตอนนี้ LINE ใช้ได้ในระบบปฏิบัติการ iOS, Android, Windows Phone, PC และ BlackBerry
ฟีเจอร์ของ LINE ประกอบด้วย การส่งข้อความ, การสนทนาด้วยเสียง, การเปลี่ยนพื้นหลังแบ็กกราวนด์หน้าห้องแชต, การสนทนาแบบกลุ่ม, Official LINE และการส่งสติ๊กเกอร์

การเชื่อมต่อ LINE ของผู้ใช้เข้าหากัน มี 4 วิธี

1. เพิ่มคอนแท็กต์จากรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ ซึ่งตรงนี้เป็นข้อดีของ WhatsApp ที่ทำให้ผู้ใช้งานสะดวก
2. การสแกน QR Code
3. Shake it เอาโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องที่อยู่ใกล้กันมาเขย่าคล้ายการจับมือให้รู้จักกัน
4. การเสิร์ชหาจาก ID คล้ายการใส่รหัสของ BlackBerry
ต่อมา LINE ถูกพัฒนาไปไกลกว่าการเป็นแค่แอปพลิเคชัน เพราะ LINE ได้เพิ่มฟีเจอร์ Home และ Timeline เข้ามาจนกลายเป็น Social Media อย่างหนึ่ง โพสต์ข้อความบ่งบอกสเตตัส, รูปภาพ, คลิปวิดีโอ และพิกัด โดยมีจุดเด่นที่การแสดงอารมณ์ด้วยสติกเกอร์ซึ่งเป็นจุดแข็งของ LINE ซึ่งจุดนี้น่าจะเป็นไม้เด็ดที่ทำให้ LINE ถูกต่อยอดไปอีกมากและเบียด Social Media หลักอย่างเฟซบุ๊กเลยทีเดียว
ระบบหลังบ้านอีกอย่างที่มีขึ้นมาแล้วบ่งบอกทิศทางอนาคตของ LINE นั่นคือ LINE Coin หรือ เงินในอาณาจักรทั้งหมดของ LINE ซึ่งก่อนหน้านี้การซื้อสติกเกอร์จะซื้อผ่านบัตรเครดิตที่ผูกกับแอปฯ โดยตรง แต่หลังจากอัพเดตล่าสุด Coin ได้เข้ามาแทนที่ กล่าวคือ ต่อไปนี้เมื่อซื้อบริการหรือสติกเกอร์ต้องแลกเป็น Coin ก่อน ถึงแม้ราคา 100 Coin จะเทียบเท่า 1.99 เหรียญเท่ากับราคาสติกเกอร์แบบเดิม แต่นี่เท่ากับเป็นการปูทางไปสู่บริการอื่นๆ ของ LINE ที่ Naver เจ้าของแอปฯ นี้ประกาศชัดเจนแล้วว่า จะให้บริการดูดวง, เกม และคูปองส่วนลดในอนาคต ซึ่งเท่ากับว่า LINE พัฒนาตัวเองไปสู่การเป็นโซเชียล มีเดีย แพลตฟอร์มแบบมีทิศทางการหารายได้อยู่ในใจชัดเจนแล้ว

กำเนิด LINE จากวิกฤตสึนามิญี่ปุ่น
Naver คือ บริษัทผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น LINE เป็นบริษัทผลิตเกมสัญชาติเกาหลี มีสาขาที่ประเทศญี่ปุ่น ไอเดีย LINE มาจากเหตุการณ์วิกฤต จึงเป็นแอปฯ ที่แม้จะมีความน่ารักกุ๊กกิ๊ก แต่ต้นกำเนิดของ LINE ดราม่าไม่น้อย เพราะมาจากตอนที่ญี่ปุ่นเกิดสึนามิ ระบบการสื่อสารประเภท Voice ล่มจนติดต่อกันไม่ได้ ทีมงาน 100 ชีวิตจึงระดมกำลังสร้างช่องทางสื่อสารผ่าน Data ซึ่งตอนนั้นยังใช้ได้อยู่ เพื่อติดต่อและให้กำลังใจกัน ในที่สุด LINE ก็ถือกำเนิดขึ้นในเวลา 2 เดือน
เมื่อแอปฯ LINE ถูกพัฒนาขึ้นจากส่วนที่ทำงานอยู่ในญี่ปุ่น จึงมีส่วนผสมของความน่ารักของญี่ปุ่นที่เป็นจุดขายการส่งออกด้านวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมาทั่วเอเชียอยู่แล้ว ทำให้การออกแบบคาแร็กเตอร์ของ LINE เข้าถึงคนไทยได้ไม่ยาก รวมทั้งประเทศอื่นๆ อย่างรัสเซีย เบลารุส ซึ่งนอกจากความน่ารักแล้วยังมาจากคาแร็กเตอร์ที่มีพื้นฐานจากการใช้ชีวิต สถานการณ์ และอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน
สำหรับการทำตลาดในประเทศไทย ผู้บริหารของ LINE ได้ว่าจ้างบรษัท Spark Communication ดูแลเรื่องการทำพีอาร์ แต่สำหรับดีลต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคู่ค้าต่างๆ ผู้บริหารจะบินตรงมาเจรจา จากนั้นมีการประสานงานกันผ่านทางอีเมล์อย่างต่อเนื่อง

Time “LINE”
-23 มิถุนายน 2011 เปิดตัวเป็นครั้งแรกในระ บบ iOS
-28 มิถุนายน 2011 เข้าสู่มือถือ Android
-เดือนตุลาคม 2011 เริ่มต้นใช้ Free Call ได้
-17 ตุลาคม 2011 มีผู้ใช้งาน 3 ล้านดาวน์โหลด
-8 พฤศจิกายน 2011 หลังจากใช้งานมาแค่ 5 เดือนก็มีผู้ใช้งานถึง 5 ล้านคน
-29 พฤศจิกายน 2011 ประกาศมีผู้ใช้งาน 7 ล้านคน
-27 ธันวาคม 2011 ฉลองตัวเลข 10 ล้านคน
-27 มกราคม 2012 พอเข้าสู่ปีใหม่ Line ก็มีผู้ใช้งาน 15 ล้านคน
-2 มีนาคม 2012 ผู้ใช้งาน 20 ล้านคนทั่วโลก
-7 มีนาคม 2012 ใช้งาน Line บน PC ก็ได้
-10 มีนาคม 2012 ตามมาด้วยการใช้งานบน Windows Phone และ Mac
-29 มีนาคม 2012 เปิดตัว Line Card
-12 เมษายน 2012 เปิดตัว Line Camera แอปฯ แต่งภาพ
-18 เมษายน 2012 Line แอปฯ หลักมีผู้ใช้งาน 30 ล้านคน
-26 เมษายน 2012 เพิ่ม Sticker Shop ผู้เล่นซื้อสติ๊กเกอร์ได้แล้ว 15 แบบ
-9 พฤษภาคม 2012 คุยเป็นกลุ่มได้แล้วด้วยฟีเจอร์ Group Board
-6 มิถุนายน 2012 มีผู้ใช้งาน 40 ล้านคน เมื่อแอปฯ มีอายุ 1 ปี
กลางเดือนมิถุนายน 2012 Official Line เปิดให้บริการ
-4 กรกฎาคม 2012 Line Brizzle เกม Puzzle ที่มาพร้อมกับคาแร็กเตอร์นกจอมกวน
-ต้นเดือนกรกฎาคม 2012 จับมือกับ Sarino ออกแบบสติกเกอร์ Kitty
-26 กรกฎาคม 2012 ฉลองครั้งใหญ่ด้วยยอดดาวน์โหลด 50 ล้านครั้ง
-ปลายเดือนกรกฎาคม 2012 เปิดตัว Line Brush แอปฯ วาดรูป
-ต้นเดือนสิงหาคม 2012 LINE ประเทศญี่ปุ่นเปิดจำหน่ายสติกเกอร์ Snoopy และ Tweety
-6 สิงหาคม 2012 เปิดฟีเจอร์ Home และ Timeline ในแอนดรอยด์
-20 สิงหาคม 2012 LINE for Blackberry ในประเทศไทยเริ่มใช้งานได้
-21 สิงหาคม 2012 Line 3.1.0 ระบบเงินในโลกของ LINE ที่เรียกว่า LINE Coin


Line ใช้งานตามความเหมาะสมของประเภทธุรกิจ คือ
          - ธุรกิจขนาดเล็ก มีความต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย เพราะเป็นบริการแบบค่าใช้จ่ายคงที่ เหมาจ่าย
          - ธุรกิจประเภทการเงินการ ธนาคาร และธุรกิจที่ต้องการรับ-ส่งข้อมูลเป็นปริมาณมาก ใช้ Leased Line ในการเชื่อมโยงโครงข่ายจากศูนย์ข้อมูลหลักไปยังสาขาย่อยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ LAN (Local Area Network) WAN (Wide Area Network)
          - การถ่ายทอดสดรายการ โทรทัศน์ เป็นการรับส่งสัญญาณ เสียง และข้อมูลด้วยช่องสัญญาณที่มีความกว้าง (Bandwidth) ภายใต้โครงข่ายใยแก้วนำแสง ซึ่งคุณภาพในการรับส่งจะมีความรวดเร็ว ต่อเนื่อง ไม่มีการ Delay
          - ธุรกิจประเภทผู้ให้ บริการอินเทอร์เน็ต ธุรกิจ e-Commerce สามารถรับส่งสัญญาณภาพ เสียงและข้อมูล ด้วยความเร็วสูง สามารถรับส่งข้อมูลได้พร้อมกันถึง 30 User โดยใช้เลขหมายโทรศัพท์เพียงเลขหมายเดียว